9 ข้อเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เจ้าของธุรกิจควรรู้ไว้ จะได้ไม่โดนสรรพากรเล่นงานภายหลัง

9 ข้อเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เจ้าของธุรกิจควรรู้ไว้ จะได้ไม่โดนสรรพากรเล่นงานภายหลัง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นอีกหนึ่งปัญหาภาษีที่มักจะมีคำถามที่ถามกันเข้ามาบ่อย ๆ  ไม่ว่าจะจดทะเบียนอย่างไร แบบไหนต้องจดบ้าง รายได้แบบไหนที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึงการหน้าที่หลังจากการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วต้องทำอย่างไร บทความนี้รวบรวมทุกคำถามที่เจ้าของธุรกิจควรรู้มาอธิบายให้ฟัง

หนึ่งในปัญหาภาษีของคนทำธุรกิจ คงหนีไม่พ้นเรื่องของ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่มักเรียกเก็บจากผู้ขายสินค้าและให้บริการในประเทศอย่างเราๆ ดังนั้นวันนี้ผมเลยตั้งใจเขียนสรุปปัญหาที่ถามกันเข้ามาบ่อยๆ

  1. ภาษีมูลค่าเพิ่มจดเมื่อไหร่

ถ้าให้ตอบง่ายที่สุดคือ จดได้เมื่ออยากจดครับ ถ้ากิจการเราประกอบธุรกิจที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและมีความต้องการใช้ภาษีซื้อเพื่อมาหักจากยอดภาษีขาย การจดยิ่งไวยิ่งดีครับ แต่ถ้าไม่ได้รีบมาก เราจะถูกกฎหมายบังคับให้จดเมื่อมีรายได้ถึง 1.8 ล้านบาทในระหว่างปี ถ้าปีไหนถึงเกณฑ์นี้ แปลว่าเรามีภาระหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทันที

  1. รายได้ 1.8 ล้านบาทนี้ หมายถึงรายได้จากอะไรบ้าง

หลักการของภาษีมูลค่าเพิ่มจะมีรายได้ 2 ประเภทครับ นั่นคือ รายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม กับ รายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม การนับยอด 1.8 ล้านบาท จะนับเมื่อมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มรวมแล้วเกิน 1.8 ล้านบาท โดยไม่นับยอดของรายได้ที่ได้รับยกเว้น

ยกตัวอย่างเช่น นายบักหนอมเป็นมนุษย์เงินเดือนมีรายได้ปีละ 2 ล้านบาท (รายได้ที่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม) และมีรายได้จากการขายอาหารออนไลน์จำนวน 1 ล้านบาท (รายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม) แบบนี้นายบักหนอมเลือกที่จะจดหรือไม่จดก็ได้ เพราะยังมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

  1. นับคนเดียว หรือนับสามีภรรยาด้วย กรณีร่วมด้วยช่วยกัน

การนับรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจะนับรวมในรูปแบบของการประกอบการครับ คือ ถ้าการประกอบการนั้นเกิดร่วมกัน เช่น สามีภรรยาช่วยกันประกอบธุรกิจขายอาหารออนไลน์ แบบนี้จะนับรายได้ที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกันจากการประกอบกิจการนี้ว่าถึง 1.8 ล้านบาทไหม ถ้ายังไม่ถึงก็เลือกที่จะไม่จดได้

ซึ่งในกรณีของสามีภรรยา รายได้ในส่วนนี้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดายังสามารถใช้สิทธิแยกยื่นหรือแบ่งรายได้กันได้ เพราะเป็นภาษีคนละประเภทกัน

  1. บุคคลธรรมดาก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเหรอ

หลายคนมักจะสับสนระหว่าง รูปแบบของธุรกิจ กับ การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ครับ โดยรูปแบบธุรกิจจะเกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้ เช่น บุคคลธรรมดา เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน) เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ในกรณีของภาษีมูลค่าเพิ่ม จะมองตามการประกอบการของผู้ประกอบการรายนั้นๆ โดยไม่ได้สนใจรูปแบบของธุรกิจ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

  1. มีรายได้ประจำ รายได้เสริม รวมกันไหม ต้องคิดยังไงกันแน่

ตรงนี้ใช้หลักการเดียวกันกับข้อ 2 นั่นคือ ถ้ารายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกันแล้วถึง 1.8 ล้านบาท แบบนี้ก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถูกต้อง

  1. มีหลายสาขา นับรวมนับแยก

การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดูเป็นการประกอบการครับ ถ้าหลายสาขาที่ว่าเป็นชื่อของเราก็ถือว่าเป็นกิจการเดียวกัน ดังนั้นก็นับยอดรวม แต่ถ้าแต่ละสาขามีคนรับผิดชอบหรือเจ้าของต่างกันไป อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสาขาไหนจะยอดถึงเกณฑ์ที่ต้องจด (สำคัญตรงนิยามคำว่า ผู้ประกอบการ)

  1. จดที่ไหน

การจดทะเบียนทุกวันนี้สามารถทำได้ 2 ช่องทาง  ติดต่อผ่านทางสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา หรือ จดทะเบียนผ่านอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพากรได้เลย ที่หน้า บริการ VAT SBT ONLINE

โดยการไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์นั้นมีความผิดตามกฎหมาย หากถูกตรวจสอบพบนอกจากภาษีที่ต้องชำระแล้ว ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ต้องจ่ายเบี้ยปรับ (มากที่สุดคือ 2 เท่าของภาษีที่ชำระ) และ เงินเพิ่ม (1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ) อีกด้วย

  1. จดแล้วต้องทำอะไรบ้าง

หลังจากจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ผู้ประกอบการมีหน้าที่หลักๆ ดังต่อไปนี้

จัดทำใบกำกับภาษี โดยออกทุกครั้งเมื่อขายสินค้าหรือให้บริการและเกิดจุดความรับผิดทางด้านภาษี เช่น ขายสินค้า = ส่งมอบ หรือ บริการ = ชำระเงิน

จัดทำรายงานที่เกี่ยวข้อง รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และ รายงานสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ

นำยอดภาษีขาย (ที่เราออก) มาหักด้วยภาษีซื้อ (ที่จ่ายไป) และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย แบบ ภ.พ. 30 ในทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (อาจมีขยายเวลาบางกรณี)

  1. ถ้าวันหนึ่งอยากออกจากระบบต้องทำยังไง

การออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะสามารถออกได้เมื่อมีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยสามารถไปจดทะเบียนขอออกจากภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.08 คำขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและทั้งหมดนี้คือ 9 ข้อที่เจ้าของธุรกิจควรรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อที่เจ้าของธุรกิจทุกคนจะได้เข้าใจ และจดได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีปัญหากับทางกรมสรรพากร

 

อ้างอิง : https://flowaccount.com/blog/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-vat/

Start typing and press Enter to search

Shopping Cart